การเปรียบเทียบประกันรถยนต์ต้องเลือกพิจารณาจากอะไรบ้าง

เชื่อว่าทุกวันนี้คนใช้รถใช้ถนนทุกคนก็คงเริ่มตระหนักถึงการทำประกันภัยรถยนต์กันมากขึ้น เพราะอุบัติเหตุนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บวกกับการที่รถยนต์ในประเทศไทยนั้นมีจำนวนมากขึ้นทุกปี ทำให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แต่เพราะบริษัทประกันภัยนั้นมีหลากหลายเจ้าทำให้หลายๆ คนยังเปรียบเทียบประกันรถยนต์ไม่ได้ว่าจะใช้บริการเจ้าไหนดี

  1. พิจารณาค่าเบี้ยประกัน แน่นอนว่าการเปรียบเทียบประกันรถยนต์ขั้นเบสิกที่สุดเลยก็คือ ดูที่ราคานี่แหละ ใครถูกกว่าก็น่าสนใจกว่า ซึ่งความคิดนี้จริงๆ แล้วก็ไม่ถือว่าถูกต้องซะทีเดียว เพราะยังมีองค์ประกอบอีกมากมายที่ต้องรวมเข้ามาประกอบการตัดสินใจของเราด้วย ว่าประกันรถยนต์เจ้านี้ที่ราคาถูกเนี่ยมันเพราะอะไร เพราะบริการไม่ดี เพราะมีสาขาน้อย เพราะรอนาน หรือเพราะบริการเสริมแย่ แบบนั้นหรือเปล่า ซึ่งการจะเปรียบเทียบประกันรถยนต์เรื่องค่าเบี้ยประกันนี้ ขอแนะนำให้ดูเป็นเพดานไว้เฉยๆ ก็พอว่าเรามีงบตรงนี้เท่าไหร่ แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่าจะใช้บริการกับโบรกเกอร์ประกันภัยเจ้าที่ถูกที่สุด หรือแพงที่สุดในลิสต์ของเรา
  2. มองหาโปรโมชั่นพิเศษ สิ่งที่ต้องเปรียบเทียบประกันรถยนต์อย่างที่สอง ก่อนตัดสินใจว่าจะทำประกันภัยรถยนต์ที่ไหนดีก็คือ เรื่องของโปรโมชั่นนี่แหละ เพราะมันช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีกมากเลยนะ เนื่องจากโปรโมชั่นของแต่ละบริษัทประกันภัยก็จะแตกต่างกันออกไป บางเจ้าลด บางเจ้าแลก บางเจ้าแจก บางเจ้าแถม ยิ่งทุกวันนี้บริษัทประกันภัยเปิดตัวใหม่กันเยอะมาก ทำให้การแข่งขันสูงขึ้น ผลประโยชน์จึงตกมาอยู่ที่ผู้ซื้อประกัน ลองเปรียบเทียบประกันรถยนต์ด้วยการเช็กโปรโมชั่นแต่ละเจ้าให้ดีๆ รับรองว่าจะเจอประกันที่ถูกใจ ได้ของแถมติดไม้ติดมือมาเพียบเลย
  3. ประกันเฉพาะกลุ่ม มาถึงบริการลับที่น้อยคนนักจะรู้ในการทำประกันรถยนต์ เพราะมีบริษัทประกันภัยแค่ไม่กี่เจ้าที่มีประกันเฉพาะกลุ่มเหล่านี้ ซึ่งมันก็คือโปรโมชั่นที่ออกมาให้กับกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง เช่น กลุ่มคนขับรถอีโคคาร์ กลุ่มคนขับรถกระบะ กลุ่มคนใช้งานที่เป็นผู้หญิง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งประกันเฉพาะกลุ่มเหล่านี้จะมีราคาถูกกว่าประกันภัยทั่วไปมากเลยนะ แถมมีความคุ้มครองมากกว่ากันซะอีก
  4. บริการเสริมต่างๆ และบริการเคลมที่ดี สำหรับอันนี้เรียกได้ว่าเป็นข้อสำคัญที่ควรใช้ในการเปรียบเทียบประกันรถยนต์มากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าบริการของประกันภัยนั้นๆ ไม่ดี การลงเงินไปก็เหมือนจะได้ผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่า ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องอาศัยการอ่านรีวิวจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ หรือลองสอบถามคนใกล้ตัวที่เคยใช้ประกันภัยบริษัทนั้นๆ ก็ได้ว่าดีหรือไม่อย่างไร เพราะเราทำประกันไว้ก็เพื่อใช้งานในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นถ้าเค้าสามารถให้บริการตามที่บอกไว้ได้ก็นับว่าดี เช่น บริการรถใช้ระหว่างซ่อม บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน บริการลากรถเข้าอู่ แต่ถ้าเค้าไม่สามารถทำได้ ก็เท่ากับว่าการทำประกันของเราไม่คุ้มค่า ดังนั้นต้องเลือกกันให้ดีๆ นิดหนึ่งสำหรับตรงจุดนี้
  5. มองหาบริษัทประกันภัยที่มีอู่ซ่อมจำนวนมาก อย่างน้อยๆ การเปรียบเทียบประกันรถยนต์ก็ควรที่จะดูเรื่องของอู่ซ่อมใกล้ ๆ บ้านไว้ด้วย เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นการที่เราสามารถเอารถเข้าอู่ใกล้บ้านได้เลย ก็จะช่วยประหยัดเวลาทำให้เราไม่เหนื่อยจากการเดินทาง และสามารถตรวจเช็กสภาพรถพร้อมทั้งตามเรื่องได้ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ยิ่งบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่มีศูนย์ซ่อมเยอะๆ ยิ่งดีเพราะจะมีตัวเลือกให้เราใช้บริการได้มากไม่จำเป็นต้องง้ออู่ซ่อมรถแค่อู่เดียว ซึ่งอาจต้องเสียเวลารอคิวซ่อมนานนั่นเอง
  6. ชื่อเสียงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด สุดท้ายแล้วไม่ว่าเราจะเช็กนู่นเช็กนี่มามากแค่ไหน เรื่องของชื่อเสียงก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ดี เพราะอย่าลืมว่าบริษัทประกันภัยเค้าสามารถที่จะสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ ได้ตามที่เค้าอยากให้เป็น แต่บริการที่แสดงออกมาให้เห็นต่างหาก ที่จะเป็นตัวตัดสินว่าสิ่งที่ทำอยู่มันดีจริง ซึ่งก่อนการตัดสินใจทำประกันทุกครั้ง ให้เปรียบเทียบประกันรถยนต์โดยดูจากชื่อเสียงของเสียก่อน ว่ามีชื่อเสียงด้านดี หรือด้านไม่ดีมากกว่ากัน